รู้จัก 'ภาวะกลืนลำบาก' ในผู้สูงอายุ สัญญาณ และแนวทางการดูแล

ไขข้อสงสัย "ภาวะกลืนลำบาก" ในผู้สูงอายุ สัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง และคู่มือการดูแลอย่างถูกวิธี
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา หนึ่งในปัญหาด้านสุขภาพที่พบบ่อยและมักถูกมองข้ามในผู้สูงอายุ คือ "ภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia)" ซึ่งอาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับภาวะกลืนลำบากอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้สามารถสังเกตสัญญาณเตือน ป้องกันอันตราย และดูแลผู้สูงอายุที่คุณรักได้อย่างถูกวิธี
หัวข้อที่น่าสนใจ
1. ภาวะกลืนลำบากคืออะไร?2. สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจว่าผู้สูงอายุมี "ภาวะกลืนลำบาก" หรือไม่?
3. อันตรายที่อาจเกิดจาก "ภาวะกลืนลำบาก" ที่ไม่ควรมองข้าม?
4. แนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่มี "ภาวะกลืนลำบาก"
ภาวะกลืนลำบากคืออะไร?
ภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) คือ ภาวะที่ผู้ป่วยมีความยากลำบาก ไม่สะดวก หรือรู้สึกเจ็บปวดขณะกลืนอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้แต่น้ำลาย อาจเกิดจากความผิดปกติของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการกลืน ตั้งแต่ช่องปาก ลิ้น คอหอย ไปจนถึงหลอดอาหาร ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้น ในผู้สูงอายุเนื่องจาก
- การเสื่อมของกล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนอ่อนแรงลงตามวัย
- โรคทางระบบประสาท: เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke), โรคพาร์กินสัน (Parkinson's Disease), โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการกลืน
- ภาวะเจ็บป่วยอื่นๆ: เช่น มะเร็งบริเวณช่องปาก ลำคอ, ปัญหาฟันและเหงือก, หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิ
สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจว่าผู้สูงอายุมี "ภาวะกลืนลำบาก" หรือไม่?
การรู้ทันสัญญาณเตือนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากพบว่าผู้สูงอายุมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด
- ไอหรือสำลักบ่อยระหว่างรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ
- รู้สึกติดคอ กลืนไม่ลง
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ใช้เวลานานในการเคี้ยวหรือกลืนอาหาร
- มีน้ำลายหรือน้ำมูกไหลออกจากปากขณะทานอาหาร
- เสียงเปลี่ยนแปลง เช่น เสียงแหบหลังกลืนอาหาร
อันตรายที่อาจเกิดจาก "ภาวะกลืนลำบาก" ที่ไม่ควรมองข้าม?
การละเลยภาวะกลืนลำบากอาจนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนี้:
การสำลัก
นี่คืออันตรายที่ร้ายแรงที่สุด เมื่ออาหารหรือน้ำไม่ได้ลงสู่หลอดอาหาร แต่กลับไหลเข้าสู่หลอดลมและปอดแทน ซึ่งอาจทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ
ปอดอักเสบจากการสำลัก
เมื่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมจากอาหารที่สำลักเข้าไปในปอด ทำให้เกิดการติดเชื้อและการอักเสบในปอดอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญในผู้สูงอายุที่มีภาวะกลืนลำบาก
ภาวะขาดสารอาหารและขาดน้ำ
ผู้สูงอายุที่กลืนลำบากมักจะทานอาหารน้อยลง ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานต่ำ และฟื้นตัวจากโรคได้ยาก
ภาวะขาดน้ำ
การดื่มน้ำไม่เพียงพอทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
คุณภาพชีวิตลดลง
ผู้สูงอายุอาจรู้สึกอับอาย วิตกกังวล และไม่อยากเข้าสังคมเมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและโดดเดี่ยว

แนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะกลืนลำบาก
1. การปรับรูปแบบอาหารและเครื่องดื่ม
- เลือกอาหารอ่อน นิ่ม เคี้ยวง่าย เช่น โจ๊ก ซุป หรืออาหารบดละเอียด
- หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว หรือมีเสี้ยน
- ปรับความข้นหนืดของน้ำและเครื่องดื่มให้ง่ายต่อการกลืน
2. การจัดท่าทางที่เหมาะสม
- นั่งตัวตรง: ให้ผู้สูงอายุนั่งในท่าที่หลังตรง ศีรษะและคอตั้งตรง หรือเอนไปข้างหน้าเล็กน้อยในมุมที่สบาย
- ไม่นอนราบทันทีหลังอาหาร: ควรให้นั่งในท่าตรงต่อไปอีกประมาณ 30-60 นาที เพื่อป้องกันการไหลย้อนของอาหารและกรดในกระเพาะอาหาร
3. การทำกายภาพบำบัดการกลืน
- คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: นักกิจกรรมบำบัด หรือนักแก้ไขการพูดมีบทบาทสำคัญในการประเมินและฝึกฝนกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน อาจมีการฝึกออกกำลังกายช่องปาก ลิ้น คอ หรือเทคนิคการกลืนแบบพิเศษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกลืน
- กลืนสองครั้ง: แนะนำให้กลืนอาหารแต่ละคำ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเศษอาหารตกค้าง
4. การติดตามโดยทีมแพทย์
- ตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์: หากสงสัยว่าผู้สูงอายุมีภาวะกลืนลำบาก ควรรีบพาไปพบแพทย์เฉพาะทาง เช่น แพทย์หูคอจมูก เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง
- การตรวจเพิ่มเติม: แพทย์อาจพิจารณาการส่องกล้องตรวจหลอดอาหารหรือการกลืนสารทึบรังสีเพื่อดูการเคลื่อนที่ของอาหาร เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- การใช้สายให้อาหาร: ในกรณีที่ภาวะกลืนลำบากมีความรุนแรงมาก จนไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้อย่างปลอดภัย แพทย์อาจพิจารณาการใส่สายให้อาหารชั่วคราวหรือถาวร
ภาวะกลืนลำบากเป็นปัญหาที่พบบ่อยและส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ รวมถึงเป็นภัยเงียบที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้ การใส่ใจสังเกตสัญญาณเตือน การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงการปรับพฤติกรรมการกินและสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัย มีโภชนาการที่ดีขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมั่นใจอีกครั้ง อย่ารอช้าที่จะมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้กับคนที่คุณรัก
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายได้ที่ ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร
โทร 094-965-6996
Line: https://lin.ee/B5PmRsw
Facebook: ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร
Instagram: tanapat.nursinghome
TikTok: tanapatnursinghome
Google Maps: ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร




