แชร์

รู้จัก 'ภาวะกลืนลำบาก' ในผู้สูงอายุ สัญญาณ และแนวทางการดูแล

อัพเดทล่าสุด: 3 พ.ย. 2025
137 ผู้เข้าชม

ไขข้อสงสัย "ภาวะกลืนลำบาก" ในผู้สูงอายุ สัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง และคู่มือการดูแลอย่างถูกวิธี

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา หนึ่งในปัญหาด้านสุขภาพที่พบบ่อยและมักถูกมองข้ามในผู้สูงอายุ คือ "ภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia)" ซึ่งอาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับภาวะกลืนลำบากอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้สามารถสังเกตสัญญาณเตือน ป้องกันอันตราย และดูแลผู้สูงอายุที่คุณรักได้อย่างถูกวิธี


หัวข้อที่น่าสนใจ

1. ภาวะกลืนลำบากคืออะไร?
2. สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจว่าผู้สูงอายุมี "ภาวะกลืนลำบาก" หรือไม่?
3. อันตรายที่อาจเกิดจาก "ภาวะกลืนลำบาก" ที่ไม่ควรมองข้าม?
4. แนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่มี "ภาวะกลืนลำบาก"


ภาวะกลืนลำบากคืออะไร?

ภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) คือ ภาวะที่ผู้ป่วยมีความยากลำบาก ไม่สะดวก หรือรู้สึกเจ็บปวดขณะกลืนอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้แต่น้ำลาย อาจเกิดจากความผิดปกติของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการกลืน ตั้งแต่ช่องปาก ลิ้น คอหอย ไปจนถึงหลอดอาหาร ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้น ในผู้สูงอายุเนื่องจาก

  • การเสื่อมของกล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนอ่อนแรงลงตามวัย
  • โรคทางระบบประสาท: เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke), โรคพาร์กินสัน (Parkinson's Disease), โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการกลืน
  • ภาวะเจ็บป่วยอื่นๆ: เช่น มะเร็งบริเวณช่องปาก ลำคอ, ปัญหาฟันและเหงือก, หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิ

สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจว่าผู้สูงอายุมี "ภาวะกลืนลำบาก" หรือไม่?

การรู้ทันสัญญาณเตือนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากพบว่าผู้สูงอายุมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • ไอหรือสำลักบ่อยระหว่างรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ
  • รู้สึกติดคอ กลืนไม่ลง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ใช้เวลานานในการเคี้ยวหรือกลืนอาหาร
  • มีน้ำลายหรือน้ำมูกไหลออกจากปากขณะทานอาหาร
  • เสียงเปลี่ยนแปลง เช่น เสียงแหบหลังกลืนอาหาร

อันตรายที่อาจเกิดจาก "ภาวะกลืนลำบาก" ที่ไม่ควรมองข้าม?

การละเลยภาวะกลืนลำบากอาจนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนี้:

การสำลัก

นี่คืออันตรายที่ร้ายแรงที่สุด เมื่ออาหารหรือน้ำไม่ได้ลงสู่หลอดอาหาร แต่กลับไหลเข้าสู่หลอดลมและปอดแทน ซึ่งอาจทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ

ปอดอักเสบจากการสำลัก 

เมื่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมจากอาหารที่สำลักเข้าไปในปอด ทำให้เกิดการติดเชื้อและการอักเสบในปอดอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญในผู้สูงอายุที่มีภาวะกลืนลำบาก

ภาวะขาดสารอาหารและขาดน้ำ

ผู้สูงอายุที่กลืนลำบากมักจะทานอาหารน้อยลง ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานต่ำ และฟื้นตัวจากโรคได้ยาก

ภาวะขาดน้ำ

การดื่มน้ำไม่เพียงพอทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

คุณภาพชีวิตลดลง

ผู้สูงอายุอาจรู้สึกอับอาย วิตกกังวล และไม่อยากเข้าสังคมเมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและโดดเดี่ยว

แนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะกลืนลำบาก

1. การปรับรูปแบบอาหารและเครื่องดื่ม

  • เลือกอาหารอ่อน นิ่ม เคี้ยวง่าย เช่น โจ๊ก ซุป หรืออาหารบดละเอียด
  • หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว หรือมีเสี้ยน
  • ปรับความข้นหนืดของน้ำและเครื่องดื่มให้ง่ายต่อการกลืน

2. การจัดท่าทางที่เหมาะสม

  • นั่งตัวตรง: ให้ผู้สูงอายุนั่งในท่าที่หลังตรง ศีรษะและคอตั้งตรง หรือเอนไปข้างหน้าเล็กน้อยในมุมที่สบาย
  • ไม่นอนราบทันทีหลังอาหาร: ควรให้นั่งในท่าตรงต่อไปอีกประมาณ 30-60 นาที เพื่อป้องกันการไหลย้อนของอาหารและกรดในกระเพาะอาหาร

3. การทำกายภาพบำบัดการกลืน

  • คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: นักกิจกรรมบำบัด หรือนักแก้ไขการพูดมีบทบาทสำคัญในการประเมินและฝึกฝนกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน อาจมีการฝึกออกกำลังกายช่องปาก ลิ้น คอ หรือเทคนิคการกลืนแบบพิเศษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกลืน
  • กลืนสองครั้ง: แนะนำให้กลืนอาหารแต่ละคำ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเศษอาหารตกค้าง

4. การติดตามโดยทีมแพทย์

  • ตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์: หากสงสัยว่าผู้สูงอายุมีภาวะกลืนลำบาก ควรรีบพาไปพบแพทย์เฉพาะทาง เช่น แพทย์หูคอจมูก เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง
  • การตรวจเพิ่มเติม: แพทย์อาจพิจารณาการส่องกล้องตรวจหลอดอาหารหรือการกลืนสารทึบรังสีเพื่อดูการเคลื่อนที่ของอาหาร เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
  • การใช้สายให้อาหาร: ในกรณีที่ภาวะกลืนลำบากมีความรุนแรงมาก จนไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้อย่างปลอดภัย แพทย์อาจพิจารณาการใส่สายให้อาหารชั่วคราวหรือถาวร

ภาวะกลืนลำบากเป็นปัญหาที่พบบ่อยและส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ รวมถึงเป็นภัยเงียบที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้ การใส่ใจสังเกตสัญญาณเตือน การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงการปรับพฤติกรรมการกินและสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัย มีโภชนาการที่ดีขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมั่นใจอีกครั้ง อย่ารอช้าที่จะมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้กับคนที่คุณรัก

 

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายได้ที่ ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร

โทร 094-965-6996

Line: https://lin.ee/B5PmRsw

Facebook: ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร

Instagram: tanapat.nursinghome

TikTok: tanapatnursinghome

Google Maps: ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง
แชร์ประสบการณ์รักษา: ผู้ป่วยสูงวัยมีภาวะอัลไซเมอร์ได้การดูแลอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งอาการดีขึ้น  ที่ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร
เมื่อผู้สูงอายุเริ่มเข้าสู่ภาวะอัลไซเมอร์ อารมณ์แปรปรวน ลูกหลานต้องทำอย่างไรเพื่อการดูแลที่ใกล้ชิดและได้รับความปลอดภัย อย่างเช่นคุณยายจากเคสตัวอย่างต่อไปนี้
แชร์ประสบการณ์: คุณตาวัย 72 ปี ฟื้นตัวจากโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ด้วยการดูแลจาก ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร
เรื่องราวของคุณตาวัย 72 ปี ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่สามารถฟื้นฟูร่างกายและกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้ง ด้วยการดูแลอย่างอบอุ่นและใส่ใจจาก ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร
การฟื้นฟูผู้สูงอายุหลังผ่าตัดเข่า ที่ "ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร"
ฟื้นฟูผู้สูงอายุหลังผ่าตัดเข่าให้กลับมาเดินได้มั่นใจอีกครั้ง ด้วยการดูแลจากทีมพยาบาลและนักกายภาพบำบัดตลอด 24 ชม. ที่ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy