แชร์

“ผู้ป่วยติดเตียง” ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

อัพเดทล่าสุด: 8 ม.ค. 2026
156 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยติดเตียง ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงเป็นภารกิจที่ต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ ความอดทน และความรัก แต่ด้วยแนวทางการดูแลที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ เราสามารถช่วยให้ผู้ป่วยติดเตียงมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และเป็นกำลังใจให้แก่ทุกท่านที่กำลังดูแลผู้ป่วยติดเตียง ขอให้ทุกท่านเข้มแข็งและประสบความสำเร็จในการดูแลคนที่รัก

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความเข้าใจ การเอาใจใส่ และความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ บทความนี้จะสรุปหลักปฏิบัติด้านการดูแลที่สำคัญ ตั้งแต่การดูแลไปจนถึงการจัดการความเสี่ยง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น แผลกดทับ การติดเชื้อ หรือลิ่มเลือดอุดตัน พร้อมทั้งส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ

 

หัวข้อที่น่าสนใจ

1. ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับผู้ป่วยติดเตียง

2. หลักการสำคัญในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

3. แนวทางการดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างละเอียด

4. ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและการป้องกัน

5. สิ่งสำคัญของการเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง

6. ทำไมต้องเลือก "ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม" สำหรับการดูแลคนที่คุณรัก?

ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับผู้ป่วยติดเตียง

ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับผู้ป่วยติดเตียง

"ผู้ป่วยติดเตียง" (Bedridden Patient) คือบุคคลที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรุนแรง ไม่สามารถลุกเดินหรือช่วยเหลือตัวเองได้ในกิจวัตรประจำวัน จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ภาวะติดเตียงอาจเกิดจากสาเหตุหลากหลาย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) การบาดเจ็บของไขสันหลัง โรคอัลไซเมอร์ระยะรุนแรง โรคพาร์กินสันระยะท้าย ภาวะสมองเสื่อม หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรงและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เอง ภาวะนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่ยังรวมถึงสภาพจิตใจและสังคมของผู้ป่วยและผู้ดูแลด้วย

หลักการสำคัญในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงมีหลักการสำคัญที่ต้องยึดถือเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ดังนี้

1. การป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ผู้ป่วยติดเตียงมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น แผลกดทับ ปอดอักเสบจากการสำลัก ภาวะข้อติดแข็ง และการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ การป้องกันจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแล

2. การส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี

การรักษาความสะอาดเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการติดเชื้อและรักษาสุขภาพผิวหนัง

3. การส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสม

สารอาหารที่เพียงพอและเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายและการรักษาสุขภาพ

4. การเคลื่อนไหวและการกายภาพบำบัด

แม้จะติดเตียง แต่การเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันภาวะข้อติดแข็งและรักษากล้ามเนื้อ

5. การดูแลด้านจิตใจและสังคม

ผู้ป่วยติดเตียงอาจเผชิญกับภาวะซึมเศร้าและความโดดเดี่ยว การดูแลเอาใจใส่ด้านจิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ

แนวทางการดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างละเอียด

แนวทางการดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างละเอียด

1. การป้องกันและดูแลแผลกดทับ

แผลกดทับเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและร้ายแรงที่สุดในผู้ป่วยติดเตียง เกิดจากการที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังถูกกดทับเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกและเซลล์ตาย
  • การพลิกตะแคงตัว: สิ่งสำคัญที่สุดคือการพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง (หรือบ่อยกว่านั้นหากจำเป็น) เพื่อเปลี่ยนจุดรับน้ำหนัก การทำบันทึกการพลิกตะแคงตัวเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการติดตาม
  • การใช้ที่นอนลม/เบาะรองนั่ง: การใช้ที่นอนลมแบบสลับเซลล์หรือเบาะรองนั่งชนิดพิเศษจะช่วยกระจายแรงกดทับและลดความเสี่ยง
  • การรักษาความสะอาดและแห้ง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผิวหนังผู้ป่วยสะอาดและแห้งอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่อับชื้น เช่น บริเวณก้นกบและขาหนีบ ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยน
  • การตรวจสภาพผิวหนัง: ตรวจสอบสภาพผิวหนังของผู้ป่วยอย่างละเอียดทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณปุ่มกระดูก เช่น ก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ข้อศอก และหลังศีรษะ หากพบรอยแดง บวม หรือพุพอง ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล
  • โภชนาการที่ดี: โปรตีนและวิตามินซีมีความสำคัญต่อการฟื้นฟูผิวหนัง การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงช่วยลดความเสี่ยงและส่งเสริมการหายของแผล

2. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

สุขอนามัยที่ดีเป็นพื้นฐานของการป้องกันการติดเชื้อและส่งเสริมความรู้สึกสบายของผู้ป่วย
  • การอาบน้ำ/เช็ดตัว: เช็ดตัวผู้ป่วยอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง ด้วยน้ำอุ่นและสบู่เหลวอ่อนๆ เน้นบริเวณซอกข้อพับและจุดอับชื้น ซับตัวให้แห้งสนิทหลังการเช็ดตัว
  • การดูแลช่องปาก: แปรงฟันหรือเช็ดทำความสะอาดช่องปากผู้ป่วยอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อป้องกันฟันผุ เหงือกอักเสบ และการติดเชื้อในช่องปาก
  • การดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ: สระผมผู้ป่วยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือตามความเหมาะสม เพื่อความสะอาดและความสบาย
  • การดูแลเล็บ: ตัดเล็บมือเล็บเท้าให้สั้นและสะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการขีดข่วนและการสะสมเชื้อโรค
  • การจัดการของเสีย: เปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูปหรือดูแลการขับถ่ายของผู้ป่วยทันทีที่ขับถ่าย เพื่อป้องกันผิวหนังอับชื้นและการติดเชื้อ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการใส่สายสวนปัสสาวะ ต้องดูแลความสะอาดของอวัยวะเพศและบริเวณทวารหนักอย่างเคร่งครัด

3. การให้อาหารและโภชนาการ

โภชนาการที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญต่อการรักษาสุขภาพ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และการฟื้นฟูร่างกาย
  • อาหารที่ครบถ้วน: จัดเตรียมอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีพลังงานและโปรตีนเพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย เน้นอาหารที่ย่อยง่าย มีกากใยสูงเพื่อป้องกันท้องผูก
  • วิธีการให้อาหาร:
    • ผู้ป่วยที่ยังกลืนได้เอง: จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่งศีรษะสูง 90 องศาขณะรับประทานอาหาร และคงท่านั้นไว้ 30-60 นาทีหลังรับประทาน เพื่อป้องกันการสำลัก
    • ผู้ป่วยที่ใส่สายให้อาหาร: ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลอย่างเคร่งครัดในการให้อาหารทางสายยาง ตรวจสอบตำแหน่งสายยางก่อนให้อาหารทุกครั้ง และยกศีรษะผู้ป่วยขึ้น 30-45 องศาขณะให้อาหารและคงไว้ 30-60 นาทีหลังให้
  • การดื่มน้ำ: ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เว้นแต่มีข้อจำกัดจากแพทย์
  • อาหารเสริม: ปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเกี่ยวกับการใช้อาหารเสริม หรือวิตามินต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบถ้วน

4. การเคลื่อนไหวและการทำกายภาพบำบัด

แม้ผู้ป่วยจะติดเตียง แต่การเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
  • การทำกายภาพบำบัด: ผู้ดูแลควรทำกายภาพบำบัดโดยการขยับข้อต่อต่าง ๆ ของผู้ป่วย เช่น ข้อไหล่ ข้อศอก ข้อมือ ข้อสะโพก ข้อเข่า และข้อเท้า อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 5-10 รอบ เพื่อป้องกันภาวะข้อติดแข็งและรักษากล้ามเนื้อ
  • การจัดท่า: จัดท่าผู้ป่วยให้เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต ลดแรงกดทับ และป้องกันภาวะข้อติดผิดรูป
  • การฝึกการหายใจ: กระตุ้นให้ผู้ป่วยหายใจเข้าลึก ๆ และไออย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันภาวะปอดแฟบและปอดอักเสบ โดยเฉพาะหลังการพลิกตะแคงตัว

5. การจัดการสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

  • สภาพแวดล้อมที่สะอาด: รักษาห้องนอนของผู้ป่วยให้สะอาด ปราศจากฝุ่นละออง และมีอากาศถ่ายเทสะดวก
  • แสงสว่างที่เหมาะสม: จัดให้มีแสงสว่างที่เพียงพอทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้ผู้ป่วยมองเห็นได้ชัดเจนและผู้ดูแลทำงานได้สะดวก
  • อุปกรณ์ช่วยเหลือ: เตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือที่จำเป็น เช่น ราวกั้นเตียง ปุ่มกดเรียก อุปกรณ์พยุงตัว เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของผู้ป่วย
  • การป้องกันการพลัดตกหกล้ม: ติดตั้งราวกั้นเตียงให้เรียบร้อยตลอดเวลา และไม่ควรปล่อยผู้ป่วยไว้ตามลำพังบนเตียงที่ไม่มีราวกั้น
  • อุณหภูมิห้อง: รักษาอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป

6. การดูแลด้านจิตใจและสังคม

ผู้ป่วยติดเตียงมักเผชิญกับความรู้สึกโดดเดี่ยว สิ้นหวัง และซึมเศร้า การดูแลด้านจิตใจจึงมีความสำคัญไม่แพ้การดูแลร่างกาย
  • การสื่อสาร: พูดคุยกับผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ แม้ผู้ป่วยจะไม่สามารถตอบโต้ได้ ให้เล่าเรื่องราวในแต่ละวัน อ่านหนังสือ หรือเปิดเพลงที่ผู้ป่วยชอบ
  • การกระตุ้นประสาทสัมผัส: เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้มองเห็น ได้ยิน และสัมผัสสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น การจัดดอกไม้ในห้อง การเปิดหน้าต่างให้เห็นวิวทิวทัศน์
  • กิจกรรมที่เหมาะสม: หากผู้ป่วยสามารถทำได้ ให้หากิจกรรมเบาๆ ที่ผู้ป่วยสนใจและทำได้ เช่น การดูโทรทัศน์ ฟังเพลง หรือกิจกรรมศิลปะง่าย ๆ
  • การให้กำลังใจ: แสดงความรัก ความห่วงใย และให้กำลังใจผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองไม่ได้โดดเดี่ยว
  • การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวลอย่างรุนแรง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต 

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและการป้องกัน

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและการป้องกัน

นอกจากแผลกดทับแล้ว ผู้ป่วยติดเตียงยังมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่ต้องเฝ้าระวังและป้องกันอย่างใกล้ชิด
  • ปอดอักเสบจากการสำลัก: เกิดจากการที่อาหาร น้ำ หรือของเหลวอื่น ๆ เข้าไปในปอด
  • การป้องกัน: จัดท่าศีรษะสูงขณะให้อาหารและหลังอาหาร ให้อาหารทีละน้อยๆ เคี้ยวช้า ๆ ตรวจสอบภาวะการกลืนของผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ
  • การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ: พบบ่อยในผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ
  • การป้องกัน: ดูแลความสะอาดของสายสวนปัสสาวะและอวัยวะเพศ เปลี่ยนสายสวนตามกำหนด ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมาก ๆ (หากไม่มีข้อจำกัด)
  • ภาวะท้องผูก: เกิดจากการเคลื่อนไหวที่น้อยลง การรับประทานอาหารที่มีกากใยไม่เพียงพอ และการใช้ยาบางชนิด
  • การป้องกัน: ให้อาหารที่มีกากใยสูง ให้ดื่มน้ำมาก ๆ กระตุ้นการเคลื่อนไหว อาจพิจารณาการใช้ยาระบายตามคำแนะนำของแพทย์
  • ภาวะข้อต่อยึดติด: เกิดจากการที่ข้อต่อไม่ได้รับการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน
  • การป้องกัน: ทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ จัดท่าผู้ป่วยให้เหมาะสม

สิ่งสำคัญของการเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงเป็นงานที่หนักและต้องการความทุ่มเทอย่างสูง ผู้ดูแลจึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพกายและใจของตนเองด้วย

  • การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ: ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างต่อเนื่อง เข้าร่วมอบรมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  • การขอความช่วยเหลือ: อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือบริการดูแลที่บ้าน
  • การดูแลตนเอง: จัดสรรเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เพื่อป้องกันภาวะหมดไฟ (Burnout)
  • การระบายความรู้สึก: พูดคุยกับคนที่ไว้ใจเกี่ยวกับความรู้สึกและความเครียดที่เกิดขึ้น

ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม

ทำไมต้องเลือก "ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม" สำหรับการดูแลคนที่คุณรัก?

ที่ ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม เราเข้าใจถึงความห่วงใยและความต้องการพิเศษในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

เรามุ่งมั่นที่จะมอบการดูแลที่มีมาตรฐาน 3 ด้าน ได้แก่ มาตรฐานคุณภาพชีวิต มาตรฐานสุขอนามัย และมาตรฐานบริบาลและบริการ โดยทีมบริบาลที่มีประสบการณ์และผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี จึงมั่นใจได้ว่าคนที่คุณรักจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด

 

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายได้ที่ ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร

โทร 094-965-6996

Line: https://lin.ee/B5PmRsw

Facebook: ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร

Instagram: tanapat.nursinghome

TikTok: tanapatnursinghome

Google Maps: ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคอัลไซเมอร์โรคยอดฮิตในผู้สูงอายุที่ครอบครัวควรรู้
เข้าใจโรคอัลไซเมอร์แบบครบถ้วน ทั้งอาการ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางป้องกันเพื่อดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกต้อง สำหรับผู้ดูแล ครอบครัวและผู้หาความรู้
รู้ทันสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)…ห่างไกลอัมพาต
เรียนรู้สัญญาณเตือนสำคัญของ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ก่อนสายเกินไป พร้อมคำแนะนำในการป้องกันและวิธีดูแลที่ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสฟื้นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
“ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” กับ “บ้านพักคนชรา” แตกต่างกันอย่างไร?
“ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” กับ “บ้านพักคนชรา” แตกต่างกันอย่างไร? รู้ให้ชัดก่อนตัดสินใจเลือกสถานที่ดูแลคนที่คุณรัก เพื่อให้ได้รับการดูแลเหมาะสม
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy