แชร์

ทำความเข้าใจกับการดูแลผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยาง

อัพเดทล่าสุด: 8 ม.ค. 2026
40 ผู้เข้าชม

ทำความรู้จักกับ “การให้อาหารทางสายยาง”

ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถรับประทานอาหารด้วยปากได้ตามปกติ เนื่องจากมีภาวะกลืนลำบาก อ่อนแรงจากโรคที่เป็นอยู่หรืออยู่ในระยะพักฟื้นหลังการผ่าตัด ดังนั้น “การให้อาหารทางสายยาง” จึงเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอ

โดยสายยางจะต่อจากจมูกหรือหน้าท้องเข้าสู่กระเพาะอาหาร เพื่อให้อาหารเหลวที่ย่อยง่ายเข้าสู่ระบบย่อยโดยตรง การดูแลที่ถูกวิธีจะช่วยป้องกันการสำลัก การอุดตันของสายยางและภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

หัวข้อที่น่าสนใจ

1. ทำไมต้องให้ความสำคัญกับการให้อาหารทางสายยางอย่างถูกวิธี

2. ประเภทของอาหารทางสายยาง

3. ขั้นตอนการให้อาหารทางสายยางอย่างถูกวิธี

4. ความถี่ในการให้อาหารทางสายยาง

5. สิ่งที่ควรระวังในการให้อาหารทางสายยาง

6. การดูแลผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยางในศูนย์ดูแลธนพัชร์

7. การให้อาหารทางสายยางที่ปลอดภัย เริ่มจากความเข้าใจและการดูแลอย่างใกล้ชิด

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับการให้อาหารทางสายยางอย่างถูกวิธี

หลายครอบครัวอาจคิดว่าการให้อาหารทางสายยางเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงแล้ว หากทำไม่ถูกต้องอาจเกิดอันตรายได้ เช่น

หากผู้ป่วยสำลักอาหารจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในปอด หรือหากสายยางอุดตันจะทำให้ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับสารอาหาร และการให้อาหารเร็วเกินไปจะทำให้ทำให้ท้องอืด อาเจียน

ที่ ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม เรามีทีมพยาบาลและผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมเฉพาะด้าน “การให้อาหารทางสายยาง” โดยใช้ขั้นตอนที่ปลอดภัยที่สุดตามมาตรฐานการพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสมและปลอดภัยในทุกมื้อ

ประเภทของอาหารทางสายยาง

การเลือกประเภทอาหารมีความสำคัญมาก เพราะต้องเหมาะกับสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของผู้ป่วย

  1. อาหารสำเร็จรูปสำหรับให้อาหารทางสายยาง (สูตรทางการแพทย์) เช่น Ensure, Isocal, Nutren, Peptamen เหมาะสำหรับต้องการให้มีสารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนเหมาะสม
  2. อาหารปั่นสด (Blenderized Diet) เช่น ข้าว+ไก่+ผักต้ม+เต้าหู้ ปั่นละเอียดกรองด้วยผ้าขาวบาง ต้องเตรียมอย่างสะอาด ใช้ทันที ห้ามเก็บข้ามมื้อ
  3. อาหารสูตรเฉพาะโรค เช่น สูตรสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน, โรคไต, มะเร็ง หรือหลังผ่าตัด ประเภทนี้ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือนักโภชนาการ

เคล็ดลับ: การปรับอุณหภูมิอาหารให้อุ่นพอดี (ประมาณ 37–40°C) ช่วยลดการปวดท้องและอาเจียนหลังให้อาหารได้


ขั้นตอนการให้อาหารทางสายยางอย่างถูกวิธี

ทีมของศูนย์ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม ยึดขั้นตอนการให้อาหารตามหลักมาตรฐานสากลเพื่อให้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงสูงสุด

ขั้นตอนมาตรฐาน

  • ล้างมือให้สะอาด ก่อนสัมผัสอุปกรณ์ทุกครั้ง
  • ตรวจสอบตำแหน่งของสายยาง ว่าอยู่ในกระเพาะอาหารจริง
  • เตรียมอาหารให้เหมาะสม ทั้งปริมาณและอุณหภูมิ
  • ให้ผู้ป่วยนั่งศีรษะสูง 30–45 องศา หรือในท่านอนตะแคงขวาเล็กน้อย
  • ให้อาหารช้า ๆ ด้วยความสม่ำเสมอ ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาทีต่อมื้อ
  • ล้างสายด้วยน้ำสะอาดหลังให้อาหาร เพื่อป้องกันการอุดตัน
  • เช็ดรอบจมูกและปากให้สะอาด หลังให้อาหารเสร็จ

คำแนะนำเพิ่มเติม: หลังให้อาหาร ควรให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่งอีก 30 นาที เพื่อป้องกันการสำลัก

 

ความถี่ในการให้อาหารทางสายยาง

โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะได้รับอาหารทางสายยาง วันละ 4–6 มื้อ ขึ้นอยู่กับพลังงานที่ร่างกายต้องการ

ตัวอย่างเช่น

  • มื้อเช้า เวลา 07.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 250–300 ml.
  • มื้อสาย เวลา 10.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 200 ml
  • มื้อเที่ยง เวลา 12.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 250–300 ml.
  • มื้อบ่าย เวลา 15.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 200 ml
  • มื้อเย็น เวลา 18.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 250–300 ml.
  • มื้อก่อนนอน เวลา 21.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 150–200 ml.

หากผู้ป่วยมีภาวะอ่อนแรงมาก หรือระบบย่อยอาหารช้า ควรลดปริมาณต่อมื้อและเพิ่มความถี่แทน


สิ่งที่ควรระวังในการให้อาหารทางสายยาง

ห้ามให้อาหารขณะผู้ป่วยนอนราบเพราะอาจทำให้สำลักและเกิดปอดอักเสบได้ ระวังอย่าให้อาหารเย็นหรือร้อนเกินไปเพราะจะทำให้ผู้ป่วยปวดท้อง ต้องคอยหมั่นตรวจสอบสายยางทุกวันหากสายเลื่อนหลุดหรือมีคราบต้องได้รับการเปลี่ยนโดยพยาบาล พยายามอย่าใช้น้ำมันหรือของเหนียวในสูตรอาหารปั่นสดเพราะจะอุดตันสายได้ง่าย และสุดท้ายต้องคอยสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ท้องอืด อาเจียน ไอขณะให้อาหาร หากเกิดขึ้นให้หยุดให้อาหารทันทีและปรึกษาแพทย์


การดูแลผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยางในศูนย์ดูแลธนพัชร์

ที่ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม ในทุกขั้นตอนการให้อาหารทางสายยางอยู่ภายใต้การดูแลของทีมบริบาลมืออาชีพประจำศูนย์ โดยมีมาตรฐานความปลอดภัยดังนี้

  • ประเมินอาการก่อน–หลังให้อาหารทุกครั้ง
  • ใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อและเปลี่ยนสายยางตามระยะที่กำหนด
  • บันทึกปริมาณอาหารและน้ำที่ผู้ป่วยได้รับแต่ละวัน
  • ปรับสูตรอาหารตามสภาพร่างกายและโรคประจำตัว

เพราะเรารู้ว่า... การให้อาหารไม่ใช่แค่ “การป้อนอาหาร” แต่คือ “การส่งต่อพลังชีวิตและความใส่ใจ” ให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทุกวัน


การให้อาหารทางสายยางที่ปลอดภัย เริ่มจากความเข้าใจและการดูแลอย่างใกล้ชิด

การให้อาหารทางสายยางเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความระมัดระวังและความใส่ใจอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบ แต่ยังเป็นการช่วยให้พวกเขารู้สึกสบายและปลอดภัยในการใช้ชีวิตอีกด้วย

ที่ ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม เราดูแลทุกขั้นตอนด้วยทีมบริบาลมืออาชีพ พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยให้อาหารทางสายยางอย่างอบอุ่นและปลอดภัยที่สุด

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายได้ที่ ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร

โทร 094-965-6996

Line: https://lin.ee/B5PmRsw

Facebook: https://www.facebook.com/tanapatnursinghome/

Instagram: https://www.instagram.com/tanapat.nursinghome

TikTok: https://www.tiktok.com/@tanapatnursinghome

Google Maps: https://maps.app.goo.gl/RDz4QVf6Jfgbu8NM9


บทความที่เกี่ยวข้อง
Nursing Home ทางเลือกการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว
ความหมายของ Nursing Home (เนอร์สซิ่งโฮม) ความจำเป็นของการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ประเภทของสถานบริบาล แนวทางเลือกที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในบริบทสังคมไทย
โรคพาร์กินสันในผู้สูงอายุ อาการ ระยะของโรค และแนวทางการดูแล
ทำความเข้าใจโรคพาร์กินสันในผู้สูงอายุ ตั้งแต่อาการ ระยะของโรค ไปจนถึงแนวทางการดูแลที่เหมาะสม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและความอุ่นใจของครอบครัว
“ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” กับ “บ้านพักคนชรา” แตกต่างกันอย่างไร?
“ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” กับ “บ้านพักคนชรา” แตกต่างกันอย่างไร? รู้ให้ชัดก่อนตัดสินใจเลือกสถานที่ดูแลคนที่คุณรัก เพื่อให้ได้รับการดูแลเหมาะสม
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy