แชร์

ทำความเข้าใจกับการดูแลผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยาง

อัพเดทล่าสุด: 8 ม.ค. 2026
14 ผู้เข้าชม

ทำความรู้จักกับ “การให้อาหารทางสายยาง”

ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถรับประทานอาหารด้วยปากได้ตามปกติ เนื่องจากมีภาวะกลืนลำบาก อ่อนแรงจากโรคที่เป็นอยู่หรืออยู่ในระยะพักฟื้นหลังการผ่าตัด ดังนั้น “การให้อาหารทางสายยาง” จึงเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอ

โดยสายยางจะต่อจากจมูกหรือหน้าท้องเข้าสู่กระเพาะอาหาร เพื่อให้อาหารเหลวที่ย่อยง่ายเข้าสู่ระบบย่อยโดยตรง การดูแลที่ถูกวิธีจะช่วยป้องกันการสำลัก การอุดตันของสายยางและภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

หัวข้อที่น่าสนใจ

1. ทำไมต้องให้ความสำคัญกับการให้อาหารทางสายยางอย่างถูกวิธี

2. ประเภทของอาหารทางสายยาง

3. ขั้นตอนการให้อาหารทางสายยางอย่างถูกวิธี

4. ความถี่ในการให้อาหารทางสายยาง

5. สิ่งที่ควรระวังในการให้อาหารทางสายยาง

6. การดูแลผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยางในศูนย์ดูแลธนพัชร์

7. การให้อาหารทางสายยางที่ปลอดภัย เริ่มจากความเข้าใจและการดูแลอย่างใกล้ชิด

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับการให้อาหารทางสายยางอย่างถูกวิธี

หลายครอบครัวอาจคิดว่าการให้อาหารทางสายยางเป็นเรื่องง่าย แต่ในความจริงแล้ว หากทำไม่ถูกต้องอาจเกิดอันตรายได้ เช่น

หากผู้ป่วยสำลักอาหารจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในปอด หรือหากสายยางอุดตันจะทำให้ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับสารอาหาร และการให้อาหารเร็วเกินไปจะทำให้ทำให้ท้องอืด อาเจียน

ที่ ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม เรามีทีมพยาบาลและผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมเฉพาะด้าน “การให้อาหารทางสายยาง” โดยใช้ขั้นตอนที่ปลอดภัยที่สุดตามมาตรฐานการพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสมและปลอดภัยในทุกมื้อ

ประเภทของอาหารทางสายยาง

การเลือกประเภทอาหารมีความสำคัญมาก เพราะต้องเหมาะกับสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของผู้ป่วย

  1. อาหารสำเร็จรูปสำหรับให้อาหารทางสายยาง (สูตรทางการแพทย์) เช่น Ensure, Isocal, Nutren, Peptamen เหมาะสำหรับต้องการให้มีสารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนเหมาะสม
  2. อาหารปั่นสด (Blenderized Diet) เช่น ข้าว+ไก่+ผักต้ม+เต้าหู้ ปั่นละเอียดกรองด้วยผ้าขาวบาง ต้องเตรียมอย่างสะอาด ใช้ทันที ห้ามเก็บข้ามมื้อ
  3. อาหารสูตรเฉพาะโรค เช่น สูตรสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน, โรคไต, มะเร็ง หรือหลังผ่าตัด ประเภทนี้ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือนักโภชนาการ

เคล็ดลับ: การปรับอุณหภูมิอาหารให้อุ่นพอดี (ประมาณ 37–40°C) ช่วยลดการปวดท้องและอาเจียนหลังให้อาหารได้


ขั้นตอนการให้อาหารทางสายยางอย่างถูกวิธี

ทีมของศูนย์ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม ยึดขั้นตอนการให้อาหารตามหลักมาตรฐานสากลเพื่อให้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงสูงสุด

ขั้นตอนมาตรฐาน

  • ล้างมือให้สะอาด ก่อนสัมผัสอุปกรณ์ทุกครั้ง
  • ตรวจสอบตำแหน่งของสายยาง ว่าอยู่ในกระเพาะอาหารจริง
  • เตรียมอาหารให้เหมาะสม ทั้งปริมาณและอุณหภูมิ
  • ให้ผู้ป่วยนั่งศีรษะสูง 30–45 องศา หรือในท่านอนตะแคงขวาเล็กน้อย
  • ให้อาหารช้า ๆ ด้วยความสม่ำเสมอ ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาทีต่อมื้อ
  • ล้างสายด้วยน้ำสะอาดหลังให้อาหาร เพื่อป้องกันการอุดตัน
  • เช็ดรอบจมูกและปากให้สะอาด หลังให้อาหารเสร็จ

คำแนะนำเพิ่มเติม: หลังให้อาหาร ควรให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่งอีก 30 นาที เพื่อป้องกันการสำลัก

 

ความถี่ในการให้อาหารทางสายยาง

โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะได้รับอาหารทางสายยาง วันละ 4–6 มื้อ ขึ้นอยู่กับพลังงานที่ร่างกายต้องการ

ตัวอย่างเช่น

  • มื้อเช้า เวลา 07.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 250–300 ml.
  • มื้อสาย เวลา 10.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 200 ml
  • มื้อเที่ยง เวลา 12.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 250–300 ml.
  • มื้อบ่าย เวลา 15.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 200 ml
  • มื้อเย็น เวลา 18.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 250–300 ml.
  • มื้อก่อนนอน เวลา 21.00 น. ปริมาณ (โดยประมาณ) 150–200 ml.

หากผู้ป่วยมีภาวะอ่อนแรงมาก หรือระบบย่อยอาหารช้า ควรลดปริมาณต่อมื้อและเพิ่มความถี่แทน


สิ่งที่ควรระวังในการให้อาหารทางสายยาง

ห้ามให้อาหารขณะผู้ป่วยนอนราบเพราะอาจทำให้สำลักและเกิดปอดอักเสบได้ ระวังอย่าให้อาหารเย็นหรือร้อนเกินไปเพราะจะทำให้ผู้ป่วยปวดท้อง ต้องคอยหมั่นตรวจสอบสายยางทุกวันหากสายเลื่อนหลุดหรือมีคราบต้องได้รับการเปลี่ยนโดยพยาบาล พยายามอย่าใช้น้ำมันหรือของเหนียวในสูตรอาหารปั่นสดเพราะจะอุดตันสายได้ง่าย และสุดท้ายต้องคอยสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ท้องอืด อาเจียน ไอขณะให้อาหาร หากเกิดขึ้นให้หยุดให้อาหารทันทีและปรึกษาแพทย์


การดูแลผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยางในศูนย์ดูแลธนพัชร์

ที่ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม ในทุกขั้นตอนการให้อาหารทางสายยางอยู่ภายใต้การดูแลของทีมบริบาลมืออาชีพประจำศูนย์ โดยมีมาตรฐานความปลอดภัยดังนี้

  • ประเมินอาการก่อน–หลังให้อาหารทุกครั้ง
  • ใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อและเปลี่ยนสายยางตามระยะที่กำหนด
  • บันทึกปริมาณอาหารและน้ำที่ผู้ป่วยได้รับแต่ละวัน
  • ปรับสูตรอาหารตามสภาพร่างกายและโรคประจำตัว

เพราะเรารู้ว่า... การให้อาหารไม่ใช่แค่ “การป้อนอาหาร” แต่คือ “การส่งต่อพลังชีวิตและความใส่ใจ” ให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทุกวัน


การให้อาหารทางสายยางที่ปลอดภัย เริ่มจากความเข้าใจและการดูแลอย่างใกล้ชิด

การให้อาหารทางสายยางเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความระมัดระวังและความใส่ใจอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบ แต่ยังเป็นการช่วยให้พวกเขารู้สึกสบายและปลอดภัยในการใช้ชีวิตอีกด้วย

ที่ ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม เราดูแลทุกขั้นตอนด้วยทีมบริบาลมืออาชีพ พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยให้อาหารทางสายยางอย่างอบอุ่นและปลอดภัยที่สุด

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายได้ที่ ธนพัชร์เนอร์สซิ่งโฮม สุทธิสาร

โทร 094-965-6996

Line: https://lin.ee/B5PmRsw

Facebook: https://www.facebook.com/tanapatnursinghome/

Instagram: https://www.instagram.com/tanapat.nursinghome

TikTok: https://www.tiktok.com/@tanapatnursinghome

Google Maps: https://maps.app.goo.gl/RDz4QVf6Jfgbu8NM9


บทความที่เกี่ยวข้อง
โรคอัลไซเมอร์โรคยอดฮิตในผู้สูงอายุที่ครอบครัวควรรู้
เข้าใจโรคอัลไซเมอร์แบบครบถ้วน ทั้งอาการ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางป้องกันเพื่อดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกต้อง สำหรับผู้ดูแล ครอบครัวและผู้หาความรู้
รู้ทันสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)…ห่างไกลอัมพาต
เรียนรู้สัญญาณเตือนสำคัญของ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ก่อนสายเกินไป พร้อมคำแนะนำในการป้องกันและวิธีดูแลที่ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสฟื้นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
“ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” กับ “บ้านพักคนชรา” แตกต่างกันอย่างไร?
“ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” กับ “บ้านพักคนชรา” แตกต่างกันอย่างไร? รู้ให้ชัดก่อนตัดสินใจเลือกสถานที่ดูแลคนที่คุณรัก เพื่อให้ได้รับการดูแลเหมาะสม
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy